Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 1

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 1

กิจกรรมล่าสุด

Image 1

 

การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์


“การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์” มีขึ้นใน 3 จังหวัด คือ สมุทรปราการ (วันที่ 28-30 เมษายน) ขอนแก่น (วันที่ 5-7 พฤษภาคม) และสงขลา (วันที่ 5-7 พฤษภาคม) เพื่ออบรมครูคณิตศาสตร์ (230 คน) และครูวิทยาศาสตร์ (251 คน ) ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากหลักการเรียนรู้แบบสืบเสาะทั้งในบทเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สมบัติของสสาร พลังงาน แรงการเคลื่อนที่สำหรับวิทยาศาสตร์ และจำนวนเต็มสำหรับคณิตศาสตร์) โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Teachers College มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา และโครงการ Chevron Enjoy Science

ทั้งนี้ การเรียนรู้ที่เน้นการฝึกปฎิบัติและจากการแก้โจทย์จากสถานการณ์จริงสามารถช่วยพัฒนาการมีส่วนร่วมของนักเรียนในชั้นเรียน และยกระดับคุณภาพของการเรียนการสอนได้

การประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารสถานศึกษาด้านความเป็นผู้นำทางวิชาการ


“การประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารสถานศึกษาด้านความเป็นผู้นำทางวิชาการ” มีขึ้นในจังหวัดสมุทรปราการ ขอนแก่น และสงขลาในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาและคณาจารย์ รวม 392 คน จากโรงเรียน 189 แห่งของทุกสังกัด เข้ารับการอบรมหลักการเรียนรู้แบบสืบเสาะที่ส่งผลอย่างสูงต่อผู้เรียนและ การพัฒนาการศึกษาในโรงเรียน จากศาสตราจารย์ Tom Corcoran ผู้อำนวยการร่วมจากสถาบัน Consortium for Policy Research in Education (CPRE), Teachers College มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันคีนันแห่งเอเซีย โดย ครูณัชชา ยอดยศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสลุด จ. สมุทรปราการ หนึ่งในผู้เข้ารับการอบรม กล่าวว่าการอบรมครั้งนี้ช่วยให้เข้าใจวิธีการสนับสนุนคุณครูในการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด

คาราวานวิทยาศาสตร์


กิจกรรม “คาราวานวิทยาศาสตร์” มีขึ้นที่ จ. ขอนแก่น (วันที่ 8-9 และ 11-12 มิถุนายน) และที่สมุทรปราการ (วันที่ 2-3 กรกฏาคม) ภายใต้การดำเนินงานขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Chevron Enjoy Science เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กนักเรียนด้วยกิจกรรมฐานการเรียนรู้ที่ใช้อุปกรณ์วิทยาศาสตร์และการแสดงโชว์ที่อยู่บนหลักการเรียนรู้แบบสืบเสาะ โดยมีนักเรียน 2,292 คนจากโรงเรียน 109 แห่งเข้าร่วมกิจกรรมในสองจังหวัด

ข่าวสารโครงการ Chevron Enjoy Science

Image 2

 

เชฟรอนฯ เปิดตัวโครงการ Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต โดยดึงรัฐเอกชน ร่วมพลิกโฉมการศึกษาไทย


โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2558 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติทัง้ จากภาครัฐ เอกชน และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นโครงการที่ จะมีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยด้วยการสร้างความร่วมมือจากหลาย ภาคส่วน โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและ นวัตกรรมของประเทศไทยด้วยการพัฒนาสะเต็มศึกษา (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) และการศึกษาและการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะด้านเทคนิคและอาชีพหรือ TVET (Technical Vocational Education and Training) ด้วยความร่วมมือขององค์กรพันธมิตร 9 หน่วยงาน ด้วยงบประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี

โครงการ Chevron Enjoy Science เป็นโครงการภายใต้การสนับสนุนของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด โดยมีสถาบันคีนันแห่งเอเซียเป็นผู้ดำเนินโครงการหลักร่วมกับอีกหน่วยงานพันธมิตร 7 องค์กร ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ตัวแทนจากองค์กรพันธมิตรทั้ง 9 หน่วยงานได้ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลง” (MOU) เพื่อร่วมดำเนินโครงการ โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์ของสถาบันคีนันแห่งเอเซียร่วมเป็นสักขีพยาน

นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า เชฟรอนตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาที่จะเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ สะเต็ม (STEM) อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สอดรับกับการเตรียมความพร้อมของประเทศเพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบดิจิตัลเต็มรูปแบบ และทางโครงการมีความตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพครู นักเรียนและผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคการศึกษา ดังนั้น เชฟรอนฯ จึงให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการ Chevron Enjoy Science เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้กล่าวเพิ่มเติมว่า วัตถุประสงค์ของโครงการ Chevron Enjoy Science นั้นสอดรับกับแผนของรัฐบาลในการขับเคลื่อนความร่วมมือรัฐ-เอกชนเพื่อพัฒนาทักษะกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ใช้พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันจะนำมาสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตามยุทธศาสตร์ของประเทศ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการรับรู้ของสังคมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบ
บูรณาการ โครงการนี้จะเป็นส่วนสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศไทย โดยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากเศรษฐกิจที่ต้องอาศัยปัจจัยเป็นหลักไปสู่เศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรม

ทั้งนี้ ความสำเร็จของโครงการจะเกิดจากการเชื่อมโยง 3 องค์ประกอบหลักเข้าด้วยกัน คือ 1. การเสริมสร้างศักยภาพทางด้านสะเต็มศึกษาสำหรับครู นักเรียนและผู้บริหารสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2. การส่งเสริมและพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนกับการพัฒนาการศึกษาทางด้าน TVET ในเรื่องของหลักสูตรการเรียน การฝึกงาน นักเรียนพี่เลี้ยง (Student mentor) และการประกันรายได้หลังจบการศึกษา และ 3. การสร้างความตระหนักรู้และสร้างเครือข่ายเพื่อสื่อสารกับผู้ปกครอง นักเรียน และสังคมเกี่ยวกับความสำคัญของสะเต็มศึกษาต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนให้นักเรียนทำ งานในสายเทคนิคเพื่อผลตอบแทนที่สูง

ข่าวสะเต็มศึกษา

Image 3

 

เปิดประตูภาคเอกชนสู่การพัฒนาสะเต็มศึกษาและ TVET


เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2558 โครงการ Chevron Enjoy Science ได้จัดงานสัมมนาเวทีสาธารณะในหัวข้อ “Special STEM Thailand Forum: the Role of Private Sector in STEM related TVET Education” เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนว่าด้วยการพัฒนา TVET ในประเทศไทย รวมถึงการเพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนด้านสะเต็มศึกษาและ TVET

งานสัมมนาในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากบุคคลในหลายวงการ ทั้งผู้กำหนดนโยบายข้าราชการ ผู้เชี่ยวชาญด้าน TVET และภาคเอกชนมากถึง 122 คน ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาหลักสูตร TVET ในบริบทต่างๆ โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Chevron Enjoy Science ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการสนับสนุนของโครงการ Chevron Enjoy Science

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยศาสตร์และเทคโนโลยีกล่าวว่าประเทศไทยพยายามพัฒนาการเข้าถึงการศึกษาทางด้าน TVET สำหรับเยาวชน โดยได้กล่าวถึง 4 แนวทางเพื่อการพัฒนาคือ 1. ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน 2. การคิดเชิงนวัตกรรมเกี่ยวกับสะเต็มศึกษา 3. การยอมรับจากสังคมและความเข้าใจต่อ TVET และ 4. การยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ

ช่วงแรกของงานสัมมนา ตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนทั้ง 4 ท่านมีความเห็นตรงกันว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนคือแนวทางที่สำคัญที่สุดต่อการพัฒนาสะเต็มศึกษาและ TVET เพราะความร่วมมือของทั้งสองภาคส่วนคือสิ่งสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดย หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กระทรวงแรงงาน) กล่าวว่า เรามีความจำเป็นต้องเชื่อมโยงความต้องการของภาคอุตสาหกรรมกับแรงงานที่มีทักษะ โดยภาคธุรกิจจำเป็นต้องร่วมมือกับรัฐบาลในการกำหนดมาตรฐานฝืมือแรงงานเพื่อให้สถาบันการศึกษาผลิตบุคคลากรได้ตรงตามความต้องการเหล่านั้น

ตัวแทนจากภาคเอกชน ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ รองประธาน บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้บริษัทไทยหลายแห่งให้ความสำคัญกับ TVET เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการรักษาแรงงานที่มีฝีมือเอาไว้เพื่อพัฒนาประเทศ โดยกล่าวย้ำว่าการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนคือยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศต่อการพัฒนามาตรฐาน TVET

ในช่วงที่สองของงานสัมมนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากต่างประเทศได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหาร TVET ในประเทศของตน นายร็อบ สโตเวลล์ ที่ปรึกษาจาก Chisholm Institute ประเทศออสเตรเลีย กล่าวถึงองค์ประกอบสามส่วนของอาชีวศึกษาในออสเตรเลีย กล่าวคือ 1. มาตรฐานระดับชาติที่คลอบคลุมงานร้อยละ 90 ของทุกอาชีพ 2. ผู้สอนที่สามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของผู้เรียน และ 3. การเข้าถึงการศึกษาด้าน TVET ของนักเรียน

“การอบรมวิชาชีพถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทั้งเยาวชนและแรงงานที่อยู่ในตลาดแรงงาน” มร.สโตเวลล์ กล่าว

ส่วน นางแอมเบอร์ ซ๊อป ผู้อำนวยการ Global STEM Alliance Programs, New York Academy of Sciences ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์การพัฒนา TVET ในสหรัฐอเมริกาว่ารัฐบาลปัจจุบันได้ริเริ่มดำเนินงานให้โรงเรียนมีระบบการสอนในรูปแบบการคิดแก้ไขปัญหาที่นักเรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงในชีวิตเพื่อพัฒนา กรอบแนวคิดในบริบทต่างๆ และการคิดเชิงวิเคราะห์ เพราะการคิดเชิงวิเคราะห์คือพื้นฐานสำคัญทางด้าน TVET ที่จะพัฒนาทักษะ ความสามารถและการสร้างนวัตกรรมของแรงงาน

งานสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมแรกของโครงการ Chevron Enjoy Science ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับTVET โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาสะเต็มศึกษาและ TVET ในประเทศไทย และการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาทั้งสองด้านดังกล่าว

บทความพิเศษ

Image 4

 

ความจำเป็นเร่งด่วนในการขยายการเข้าถึงและขอบเขตการศึกษาวิทยาศาสตร์


การวิจัยและการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่ทำให้เราได้ค้นพบเทคโนโลยีที่มีความล้ำสมัย การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพและการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทยให้ก้าวไกลอย่างมีนวัตกรรม เพื่อที่จะสร้างความตระหนักอย่างถ่องแท้ต่อการพัฒนานี้ อย่างแรก เราจำเป็นที่จะต้องพัฒนาคุณภาพ และการเข้าถึงการศึกษาวิทยาศาสตร์ให้แก่ปวงชนทุกคน และทำให้วิทยาศาสตร์ และการค้นพบทางวิทยาศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเรียน ที่จำเป็นต้องรับรู้ถึงความสนุกและความสำคัญของวิชาวิทยาศาสตร์ที่มีต่อชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ในช่วงเยาว์วัย

ในความพยายามที่จะขยายการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่เราได้มองข้ามทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทยที่สามารถจะนำมาใช้เป็นแหล่งในการเรียนรู้ แต่เราจำกัดการเรียนรู้ให้อยู่แต่การดำเนินกิจกรรมภายในห้องเรียน ระบบการศึกษาของประเทศไทยปฏิเสธความจริงที่ว่า วิทยาศาสตร์คือวิชาที่สำคัญที่สุดต่อการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับชีวิตประจำวัน เพราะถ้าการเรียนรู้เหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงปฐมวัย เราสามารถที่จะยกระดับความสนุกของการเรียนและการค้นพบของนักเรียน ไปสู่การเป็นนวัตกรและเป็นบุคคลผู้ฝักใฝ่ต่อการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต

จากประสบการณ์ส่วนตัว ดิฉันได้เห็นเด็กนักเรียนหลายคนที่พัฒนาความสนใจและความเข้าใจแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ผ่านการเล่นและการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันและนี่คือเหตุผลที่ทำให้ดิฉันสนใจสนับสนุนผู้ปกครองและชุมชนให้มีส่วนร่วมกับคุณครูในการสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของวิชาวิทยาศาสตร์และเติมเต็มเป้าหมายในการดำเนินการตามแนวคิดวิทยาศาสตร์เพื่อมวลชน

จากความคิดเหล่านั้น ทำให้ดิฉันมีความยินดีที่จะสนับสนุนโครงการ “เชฟรอน สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาเทคนิคการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ โดยใช้หลักการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ที่จะช่วยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในห้องเรียนมากขึ้น โดยนำบทเรียนที่ได้จากการดำเนินชีวิตประจำวัน และประยุกต์เข้ากับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในห้องเรียน ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของการดำเนินโครงการ จะมีครูวิทยาศาสตร์ มากกว่า 740 คน จากโรงเรียนเกือบ 200 แห่งได้รับการอบรมพัฒนาวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะการสอน และได้เรียนรู้การประยุกต์เทคนิคการสอนแบบใหม่ในชั้นเรียนของตน

โครงการเช่น “เชฟรอน สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” จะมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้แบบใหม่ๆ แต่ที่สำคัญ เราทุกคนจำต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเรียนวิทยาศาสตร์และบทบาทของวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายต้องให้ความสำคัญต่อการเข้าถึงและคุณภาพของระบบการเรียนวิทยาศาสตร์ ที่ต้องก้าวทันความท้าท้ายในอนาคต โดยสิ่งเหล่านี้นอกจากจะมีความสำคัญต่อเด็กรุ่นใหม่แล้ว ยังเป็นก้าวสำคัญต่อการสร้างประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า มีนวัตกรรม และเป็นประเทศที่ใช้ทักษะขั้นสูง

Chevron_Enjoy_Science_Newsletter_Issue_1_August_2015-Thai

Date

ตุลาคม 1, 2017

Category

Newsletter