Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 22

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 22

เชฟรอน สนุกวิทย์ฯ ร่วมกับ ม.ขอนแก่น ต่อยอดการพัฒนาช่างเทคนิคมืออาชีพ เปิดตัว TVET Hub ยกระดับสะเต็มศึกษา พร้อมรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอาหารในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ที่ 4 จากซ้าย) นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (ที่ 3 จากขวา) รศ. ดร. ลำปาง แม่นมาตย์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์ ม.ขอนแก่น (ที่ 4 จากขวา) และ โครงการเชฟรอน สนุกวิทย์ฯ นำโดย นายไพโรจน์ กวียานันท์ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และนายริชาร์ด เบิร์นฮาร์ด กรรมการอำนวยการ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย (ขวาสุด) ร่วมเปิดศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อยกระดับช่างเทคนิคพร้อมขับเคลื่อนขอนแก่นสู่ศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารภาคอีสาน

ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ (TVET Hub) ที่ขับเคลื่อนโดยโครงการเชฟรอน สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้ทั้งบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนและนักศึกษาในสายอาชีวะได้รับประสบการณ์การเรียนการสอนที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม มุ่งเน้นในการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพออกสู่ตลาดแรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประชากรและส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต

ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพในอุตสาหกรรมอาหารแห่งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นและโครงการเชฟรอน สนุกวิทย์ฯ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่บุคลากรในพื้นที่ ในการพัฒนาทักษะอาชีพ และยกระดับการศึกษาในรูปแบบของสะเต็มที่นำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน พร้อมพัฒนาทักษะการสอนของบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

จังหวัดขอนแก่นถือเป็นหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์ของภาคอีสาน ด้วยทำเลที่ตั้งและความพร้อมทั้งทางด้านการศึกษา การค้า การลงทุน และการขนส่ง ส่งผลให้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางในการสร้างความเชื่อมโยงจากพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศสู่ประตูแดนอีสาน อีกทั้ง มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังมีความพร้อมในการรองรับและส่งเสริมการศึกษาของคนในพื้นที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ การเปิด TVET Hub ที่ ม. ขอนแก่นในครั้งนี้ นอกจากเป็นการเพิ่มพูนทักษะอาชีพให้แก่นักเรียนนักศึกษาแล้ว ยังเป็นการยกระดับการพัฒนาบุคลากรสายอาชีวะ โดยมี 15 สถาบันอาชีวศึกษาร่วมเป็นเครือข่าย ที่จะได้ร่วมใช้ประโยชน์จากศูนย์ฯ แห่งนี้ ทั้งในด้านของหลักสูตร การฝึกอบรมและการเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ต่างสร้างองค์ความรู้และพื้นฐานในการประกอบวิชาชีพในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความร่วมมือระหว่างโครงการเชฟรอน สนุกวิทย์ฯ และ ม. ขอนแก่น เป็นการตอกยำ้ความมุ่งมั่นของ        โครงการฯ ในการส่งเสริมสะเต็มศึกษาให้แก่เยาวชนและสถานศึกษาในประเทศไทยผ่านการผสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการขับเคลื่อนให้เกิดความตระหนักในการมีองค์ความรู้ทางด้านสะเต็มซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่  21 และเพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ประชากรในยุคอุตสาหกรรม 4.0 โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นจิ๊กซอร์ชิ้นส่วนที่สำคัญที่ทำให้โมเดลยกระดับการศึกษาสะเต็มของโครงการฯ ที่ร่วมกับ ม. ขอนแก่น สมบูรณ์ครบวงจรที่ครอบคลุมการพัฒนาสะเต็มศึกษาทั้งในสายสามัญและอาชีวศึกษา ซึ่งประกอบด้วย 1. การจัดตั้ง STEM Hub เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในสายสามัญ 2. การจัดตั้ง TVET Hub เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพพื้นฐานด้านสะเต็มให้กับนักเรียนในสถาบันอาชีวศึกษา และ 3. การสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ สะเต็มศึกษานอกห้องเรียน ด้วยโครงการมหาวิทยาลัยเด็กประเทศไทยเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มให้เยาวชน

TVET Hub แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นเครือข่ายในการเชื่อมโยงและวางรากฐานการผลิตช่างเทคนิค เพื่อป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งความพร้อมของจังหวัดขอนแก่นทั้งทางด้านการเกษตรและเทคนิคการแปรรูปอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารในระดับชั้นนำ เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของโครงการเชฟรอน สนุกวิทย์ฯ ในการส่งเสริมการยกระดับและพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทยด้วยรูปแบบและวิธีการที่แตกต่าง โดยมุ่งเน้นทางด้านสะเต็มศึกษาอย่างแท้จริง

ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพในอุตสาหกรรมอาหาร เป็นศูนย์ลำดับที่ 5 ของโครงการเชฟรอน สนุกวิทย์ฯ จากเป้าหมายทั้งหมด 6 แห่ง ที่ได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ และได้รับการบริหารจัดการโดยสถาบันคีนันแห่งเอเชีย ซึ่งโครงการจะยังคงสานต่อเจตนารมย์ในการพัฒนาการศึกษาให้แก่เยาวชนไทยด้วยสะเต็มศึกษา พร้อมทั้งพัฒนาทักษะของบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีจำนวนนักเรียนทั้งสายสามัญและอาชีวะศึกษากว่า 700,000 คน และ ครูรวมทั้งผู้บริหารสถานศึกษากว่า 5,000 คนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯนี้

Newsletter Issue 22

Date

มีนาคม 31, 2018

Category

Newsletter