Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบขุมสมบัติมหาศาลใต้มหาสมุทร

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบขุมสมบัติมหาศาลใต้มหาสมุทร

ทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดยนักวิจัยจาก Waseda University ประเทศญี่ปุ่นตีพิมพ์การค้นพบขุมสมบัติปริมาณมากมายมหาศาลแฝงตัวอยู่ในโคลนตมก้นมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกเฉียงเหนือในวารสาร Nature  เมื่อต้นเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2018  ตำแหน่งดังกล่าวอยู่ห่างจากชายฝั่งของเกาะมินามิ โทริของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมันเป็นเกาะโดดเดี่ยวมีพื้นที่เพียง 1.3 ตารางกิโลเมตรออกไปไม่ไกลนัก

เรียกว่า  rare-earth elements (REEs)

rare-earth elements เป็นกลุ่มธาตุ 17 ธาตุ ซึ่งธาตุเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมากมาย เช่น

– ธาตุนีโอไดเนียม (Neodymium) ใช้สร้างแม่เหล็กแรงสูงซึ่งเมื่อใช้เป็นลำโพงและฮาร์ดดิสก์จะทำให้อุปกรณ์เหล่านี้มีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพสูง แม่เหล็กนีโอไดเนียมยังใช้ในเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างกังหันลมและรถยนต์ไฮบริดด้วย

– ธาตุแลนทานัม (Lanthanum) เมื่อนำมาสังเคราะห์ให้อยู่ในรูปออกไซด์จะใช้ในการผลิตเลนส์กล้องถ่ายรูปและกล้องโทรทรรศน์ได้

– ธาตุเทอร์เบียม (terbium)  ธาตุยูโรเปียม (europium) และ ธาตุอิตเทรียม (Yttrium) เป็นส่วนประกอบของหน้าจอแสดงผลต่างๆตั้งแต่คอมพิวเตอร์จนถึงโทรทัศน์สมัยใหม่  ส่วนธาตุยูโรเปียมนั้นมีความพิเศษอีกอย่างคือ ใช้สร้างส่วนควบคุมปฏิกิริยานิวเคลียร์ในเตาปฏิกรณ์ฟิชชัน

– ธาตุ ดิสโพรเซียม (Dysprosium) เมื่อนำมาประกอบกับ rare earth elements อื่นๆสามารถใช้ในการสร้างวัตถุดิบในการผลิตแสงเลเซอร์ รวมทั้งใช้ในการสร้างส่วนควบคุมในเตาปฏิกรณ์ฟิชชัน

จริงๆแล้วในเปลือกโลกของเรามีธาตุเหล่านี้อยู่ไม่น้อย แต่มันไม่ได้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งกระบวนการสกัดธาตุเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ข้อมูลล่าสุด ในปี ค.ศ. 2017  ประเทศที่มีการสกัดธาตุกลุ่มนี้ส่งออกมากที่สุดในโลกคือ ประเทศจีน โดยสามารถผลิตได้ 105,000 ตันต่อปี  (จริงๆแล้วจีนผลิตธาตุเหล่านี้ออกมาได้มากที่สุดในโลกต่อเนื่องกันหลายปีแล้ว) ส่วนอันดับสองคือประเทศออสเตรเลีย 20,000 ตันต่อปี จะเห็นได้ว่าประเทศอันดับหนึ่งสามารถผลิตได้มากกว่าประเทศอันดับสองมากกว่า 5 เท่า ส่วนประเทศไทยเรานั้นผลิตธาตุกลุ่มนี้ได้เป็นอันดับ 5 ที่ปริมาณ 1,600 ตัน รองจากอันดับ 3 คือรัสเซีย และอันดับ 4 คือบราซิล

แต่การค้นพบแหล่ง    rare-earth elements ที่ประเทศญี่ปุ่นนี้อาจเปลี่ยนแปลงลำดับกำลังการผลิตในอนาคตได้ เอาแค่บางบริเวณของแหล่ง rare-earth elements ที่เพิ่งมีการค้นพบนี้ก็มีสารประกอบของธาตุเหล่านี้รวมๆแล้วมากถึง 1.2 ล้านตัน ซึ่งถ้านักวิทยาศาสตร์สามารถนำธาตุเหล่านี้ขึ้นมาจากมหาสมุทรแล้วสกัดออกมาได้ทั้งหมด โลกเราจะมีธาตุยูโรเปียมใช้งานได้นานถึง 47 ปี ธาตุ ดิสโพรเซียม สำหรับใช้อุตสาหกรรมต่างๆทั่วโลกได้นาน 56 ปี ธาตุ อิตเทรียมใช้ได้ 62 ปี ธาตุเทอร์เบียมอีก 32 ปี (เมื่อคำนวณจากอัตราการใช้งานและความต้องการของธาตุเหล่านี้ในปัจจุบัน)

ดังนั้นข่าวนี้จึงน่าจะเป็นข่าวใหญ่ไม่ใช่แค่สำหรับโลกวิทยาศาสตร์ แต่ยังรวมทั้งโลกของการลงทุนด้วย

อย่างไรก็ตาม ในงานวิจัยนี้แม้จะมีการเก็บตัวอย่างของดินโคลนจากบริเวณต่างๆใต้มหาสมุทรมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 เพื่อทำการวิเคราะห์อย่างละเอียด จนได้แผนที่การกระจายตัวของธาตุกลุ่มนี้ แต่เอาเข้าจริงๆนักวิทยาศาสตร์ก็บอกได้เพียงว่าบริเวณเหล่านี้มี “โอกาสสูงมาก” ที่จะมี rare-earth elements แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าไปขุดเข้าแล้วจะเจอธาตุเหล่านี้ในปริมาณที่คำนวณแน่ๆ

ที่สำคัญในตอนนี้ ยังไม่มีกระบวนการขุดเอาโคลนใต้มหาสมุทรมาทำการสกัดในแบบที่คุ้มค่ากับการลงทุน รวมทั้งยังไม่มีการศึกษาผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทั้งที่ก้นมหาสมุทรและในระดับผิวน้ำอย่างละเอียด

ในปี ค.ศ. 2019 น่าจะมีโครงการอื่นๆทำการทดลองขุดเอาโคลนใต้ทะเลลึกมาสกัดเอาธาตุอย่างทองแดง สังกะสีและทองออกมาศึกษาความเป็นไปได้เชิงพานิชย์

ถึงตอนนั้นเราคงต้องลุ้นกันอีกทีว่ากระแสการผลิตและส่งออกธาตุกลุ่มนี้จะเปลี่ยนไปทางไหน

บทความโดย อาจวรงค์  จันทมาศ

อ้างอิง

https://www.nature.com/articles/s41598-018-23948-5.pdf

http://www.bbc.com/news/world-17357863

https://www.theguardian.com/environment/2017/jun/04/is-deep-sea-mining-vital-for-greener-future-even-if-it-means-destroying-precious-ecosystems

https://investingnews.com/daily/resource-investing/critical-metals-investing/rare-earth-investing/rare-earth-producing-countries/

Date

เมษายน 30, 2018

Category

STEM NEWS