Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

อนาคตที่น่าเป็นห่วงของอุรังอุตังตาปานูลีวานรสายพันธุ์ใหม่ของโลก

อนาคตที่น่าเป็นห่วงของอุรังอุตังตาปานูลีวานรสายพันธุ์ใหม่ของโลก

เมื่อสี่ปีก่อน เจ้าหน้าที่ประจำโครงการอนุรักษ์อุรังอุตังแห่งเกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซีย(Sumatran Orangutan Conservation Programme หรือ SOCP) ได้รับแจ้งว่ามีอุรังอุตังเพศผู้ตัวหนึ่งได้รับบาดเจ็บอยู่บนภูเขาในเขตตาปานูลี (Tapanuli) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ

นักวิจัยตั้งชื่ออุรังอุตังหนุ่มตัวนี้ว่า“รายา” (Raya) มันได้รับบาดเจ็บหลายแห่งตั้งแต่ใบหน้า แผ่นหลัง มือ ขา ทั้งยังมีร่องรอยจากกระสุนปืนไรเฟิลซึ่งบ่งชี้ว่าเกิดจากน้ำมือมนุษย์ น่าเศร้าที่รายาทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจในอีก8 วันถัดมา

ผ่านไป 4 ปีโครงกระดูกของรายาได้กลายเป็นชิ้นตัวอย่างสำคัญสำหรับการยืนยันถึงการมีอยู่ของอุรังอุตังสายพันธุ์ใหม่ของโลก Pongo tapanuliensisหรือ“อุรังอุตังตาปานูลี” โดย อเล็กซานเดอร์ เนเทอร์ (Alexander Nater) นักวิทยาศาสตร์ประจำภาควิชามานุษยวิทยามหาวิทยาลัยซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และคณะได้ประกาศการค้นพบดังกล่าวลงในวารสารCurrent Biologyเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.  2017 ที่ผ่านมา

ก่อนหน้าที่วงการวิทยาศาสตร์จะยอมรับวานรสายพันธุ์ใหม่นี้ ทั่วโลกมีอุรังอุตังอยู่ทั้งสิ้น 2 สายพันธุ์กระจายอยู่บนเกาะใหญ่ของประเทศอินโดนีเซีย 2 เกาะ ได้แก่ อุรังอุตังบอร์เนียว (P.pygmaeus)ซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะบอร์เนียวตามชื่อและอุรังอุตังสุมาตรา (P. abelii) ซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ส่วนอีกกลุ่มที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่อาศัยอยู่ถัดลงมาทางตอนใต้ในเขตตาปานูลีภายในป่าบาตังโตรู (Batang Toru) ซึ่งเป็นป่าบนภูเขาสูงของเกาะสุมาตรา อุรังอุตังแห่งป่าบาตังโตรูนั้นสร้างความฉงนแก่นักวิทยาศาสตร์มานับทศวรรษเนื่องจากพวกมันมีลักษณะคล้ายกับอุรังอุตังบอร์เนียวที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของทะเลมากกว่าอุรังอุตังสุมาตราที่อยู่บนเกาะเดียวกันเสียอีก กล่าวคือปี ค.ศ. 2005 กาเบรียลลา เฟรดริกสัน (Gabriella Fredriksson)นักอนุรักษ์ประจำSOCPพบว่าอุรังอุตังกลุ่มนี้กินอาหารต่างไปจากกลุ่มอื่นๆบนเกาะ คือนอกจากจะกินหนอนแล้วพวกมันยังกินลูกสนด้วย ทีมสำรวจได้เก็บอุจจาระมาวิเคราะห์พันธุกรรมจนพบว่าพวกมันใกล้ชิดกับญาติทางบอร์เนียวมากกว่าญาติที่อยู่บนเกาะสุมาตราด้วยกัน

ต่อมา แอนทัน นูร์คาห์โย (Anton Nurcahyo) นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียศึกษากะโหลกและกรามของรายาเปรียบเทียบกับอุรังอุตังกลุ่มอื่นๆจนพบความแตกต่างกัน24 จุดจาก39 จุด นอกจากนี้หลักฐานทั้งทางภาพและเสียงช่วยยืนยันถึงความแตกต่างกันอื่นๆที่ชัดเจนโดยอุรังอุตังประจำป่าบาตังโตรูตัวเมียมีหัวเล็กและมีขนหยิกหยอยเป็นลอนกว่าอุรังอุตังกลุ่มอื่น จากการเปรียบเทียบลำดับพันธุกรรมของวานรทั้งสามกลุ่มทำให้ทราบว่าแท้จริงแล้วอุรังอุตังตาปานูลีนั้นเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุด

หลักฐานทั้งทางนิเวศวิทยา กายวิภาคและชีววิทยาระดับโมเลกุลเป็นจิ๊กซอว์ที่ค่อยๆต่อเติมภาพประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของอุรังอุตังออกมาได้สำเร็จ

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อนในยุคสมัยที่เอเชียภาคพื้นทวีปและดินแดนแถบสุวรรณภูมิยังเป็นผืนดินเดียวกัน บรรพบุรุษอุรังอุตังอพยพจากเอเชียใต้มายังบริเวณเกาะสุมาตราและครอบครองพื้นที่ที่อยู่ทางใต้ของปากปล่องภูเขาไฟโตบา (Toba) จนเมื่อราว3.4 ล้านปีที่แล้วอุรังอุตังกลุ่มหนึ่งอพยพขึ้นไปทางเหนือแต่ยังมีการผสมพันธุ์ข้ามประชากรกันไปมาอยู่บ้าง

ต่อมาเมื่อ 674,400 ปีที่แล้วโลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง ระดับน้ำทะเลลดต่ำลงอีกจนเกิดแผ่นดินเชื่อมเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียวเข้าด้วยกัน อุรังอุตังทางตอนใต้ของเกาะสุมาตราจึงได้โอกาสไปครอบครองพื้นที่ทางตะวันออกจนถึงเกาะบอร์เนียว นี่อาจจะเป็นสาเหตุให้อุรังอุตังบอร์เนียวมีลักษณะคล้ายกับอุรังอุตังตาปานูลีมากกว่าอุรังอุตังสุมาตราทางตอนเหนือ

แล้วเมื่อ 73,000 ก่อน ภูเขาไฟโตบาปะทุขึ้นประจวบเหมาะกับหลักฐานทางพันธุกรรมที่ชี้ว่าประชากรอุรังอุตังจู่ๆก็ลดจำนวนลงฮวบฮาบในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เกิดธรณีพิบัติภัยนี้พอดี ภูเขาไฟโตบาได้ปลดปล่อยลาวาออกมาทำลายป่าดิบบริเวณตีนเขาอันเป็นที่อยู่ของอุรังอุตังไปจนหมดสิ้น

ไม่นานนัก ในที่สุดมนุษย์ก็เดินทางมาเยือนดินแดนแถบนี้ การทำลายป่าและการล่าสัตว์ส่งผลให้อุรังอุตังทางเหนือและทางใต้ของเกาะสุมาตราถูกจับแยกออกจากกันอย่างถาวรมาจนถึงปัจจุบัน

การค้นพบอุรังอุตังตาปานูลีเป็นการค้นพบวานรครั้งแรกในรอบ 88 ปีนับตั้งแต่การค้นพบโบโนโบ (Bonobo)ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดกับชิมแปนซีเมื่อปี1929

“ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ผมตื่นเต้นมากกับการค้นพบในครั้งนี้ แต่ในฐานะมนุษย์ผมหวั่นเกรงว่าเราอาจจะไม่มีเวลาเหลือมากพอที่จะปกป้องพวกมันให้รอดพ้นจากการสูญพันธุ์” เกรแฮม แบนส์ (Graham Banes) นักวานรวิทยา (primatologist)จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน (University of Wisconsin-Madison) กล่าว

อุรังอุตังบอร์เนียวมีจำนวนลดลงไปกว่าหนึ่งในสี่ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาและตอนนี้หลงเหลืออยู่เพียง 60,000 ตัว พวกมันถูกฆ่าไปปีละกว่า 3,100 ตัว ส่วนทางฝั่งสุมาตรานั้นน่าห่วงกว่ามาก เพราะปัจจุบันหลงเหลืออยู่ 15,000 ตัว ที่น่ากังวลคืออุรังอุตังสุมาตราต้องรอไปอีก 8-9 ปีหลังจากตกลูกจึงจะตั้งท้องได้อีกครั้ง ป่าดิบอันเป็นแหล่งที่อยู่ของมันก็กำลังหดหายลงไปเรื่อยๆจากอุตสาหกรรมป่าไม้การปลูกปาล์มน้ำมันและการพัฒนาด้านอื่นๆของเมือง

สำหรับอุรังอุตังตาปานูลีพวกมันมีกันอยู่เพียง 800 ตัวเท่านั้น ซ้ำป่าบาตังโตรูที่มันอาศัยอยู่ยังถูกตัดแบ่งออกเป็นผืนย่อยๆ 3 ผืน ประชากรย่อยที่แยกขาดออกจากกันจะผสมพันธุ์กันในหมู่เครือญาติจนผลิตลูกหลานที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ แม้รัฐบาลจะปกปักรักษาพื้นที่ป่าส่วนใหญ่เอาไว้ได้แต่ป่าที่ราบลุ่มต่ำ (lowland forest) 7 ตารางกิโลเมตรอันเป็นถิ่นอาศัยที่สำคัญที่สุดกลับถูกละเลยอุรังอุตังหลายตัวต้องจบชีวิตลงจากการที่พวกมันไปบุกรุกไร่ของชาวบ้านซึ่งรายาก็เป็นหนึ่งในเหยื่อความรุนแรงดังกล่าวด้วย ซ้ำร้ายการทำเหมืองทองและแผนการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำนับเป็นการคุกคามอันใหญ่หลวง ถนนที่ตัดผ่านกลางป่าบาตังโตรูก็ยิ่งเร่งกระบวนการทำลายป่าให้เกิดได้เร็วขึ้น

อุรังอุตังตาปานูลีนั้นกำลังตกอยู่ในสภาพการณ์อันเปราะบางและหมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง

การสร้างความเข้าใจกับชุมชนรอบป่าบาตังโตรูไม่ให้ตัดไม้และล่าสัตว์ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายยังเป็นงานยากเพราะชาวบ้านไม่ให้ความสำคัญไปกับการค้นพบในครั้งนี้ นักอนุรักษ์ถึงเวลาต้องเค้นสมองเพื่อแสวงหาหนทางที่สร้างสรรค์กว่าเคยไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศหรือแสดงให้เห็นว่าป่าที่สมบูรณ์มีคุณประโยชน์มากมายเพียงใด

แม้ความหวังนั้นริบหรี่เต็มทนแต่งานอนุรักษ์บนเกาะสุมาตราก็จะยังคงเดินหน้าต่อไปเพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายที่มนุษย์จะช่วยธำรงเผ่าพันธุ์อุรังอุตังตาปานูลีเอาไว้ได้

ผลลัพธ์จะบอกเราว่าแท้จริงแล้วเผ่าพันธุ์ของเราเป็นผู้สร้างสรรค์หรือเป็นผู้ทำลายกันแน่

 

บทความโดย ศุภกิจ  พัฒนพิฑูรย์

ที่มา:

https://news.nationalgeographic.com/2017/11/new-orangutan-species-sumatra-borneo-indonesia-animals/

http://www.sciencemag.org/news/2017/11/new-great-ape-species-found-sparking-fears-its-survival

Nater, Alexander, et al. “Morphometric, behavioral, and genomic evidence for a new Orangutan species.” Current Biology 27.22 (2017): 3487-3498.

Date

ธันวาคม 25, 2017

Category

STEM NEWS