Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 10

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 10

ข่าวสารโครงการ

งานมหกรรมแสดงผลงานและสิ่งประดิษฐ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ “Bangkok Mini Maker Faire ปี 2” ทำของมาอวด”

 

Image 1

 

ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมจากการจัดงาน Bangkok Mini Maker Faire และการจัดการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์จากเมกเกอร์รุ่นเยาว์ ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต จึงได้ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และพันธมิตร จัดงานดังกล่าวขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 21-22 มกราคม 2560 ณ เดอะสตรีท รัชดา กรุงเทพฯ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นการจัดมหกรรมแสดงผลงานและสิ่งประดิษฐ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ภายในงาน มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 5 พันคน ทั้งเหล่าเมกเกอร์ เหล่านักสร้างสรรค์ผลงานแบบ DIY วิศวกร ครู และนักเรียนจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เมกเกอร์จากทั่วประเทศได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ และนำผลงานของตนเองมาจัดแสดง อีกทั้งยังได้สร้างการรับรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมเมกเกอร์ให้กับสังคมไทยในวงกว้าง และถือเป็นการปักหมุดประเทศไทยลงในแผนที่ของเมกเกอร์โลกเป็นครั้งแรก

กิจกรรมล่าสุด

Image 2ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพศรีวิชัยร่วมกับวิทยาลัยเทคนิค 10 แห่งมุ่งพัฒนา ครูและนศ.อาชีวะ มุ่งสู่แรงงานไทยยุค 4.0

การส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรในสายอาชีพนับเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงมุ่งพัฒนา “คน” โดยเฉพาะบุคลากรในสายอาชีพที่จะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศได้อย่างมั่นคง

ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ ศรีวิชัย (SrivijayaTVET Hub) จึงเป็นศูนย์ฯ แห่งที่ 3 ภายใต้การดำเนินโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ที่จัดตั้งขึ้นในจังหวัดสงขลา เพื่อช่วยเติมเต็มและยกระดับคุณภาพการศึกษาอาชีวะแบบรอบด้านและแก้ปัญหาด้านแรงงานที่ตรงจุด เพราะศูนย์แห่งนี้จะมีความพร้อมทั้งด้านหลักสูตร อุปกรณ์ การเรียนการสอน รวมถึงการจัดอบรมพัฒนาครูและบุคลากร เพื่อผลิตนักเรียนสายวิชาชีพและบุคลากรในสายงานให้มีคุณลักษณะเหมาะสมกับอาชีพในศตวรรษที่ 21 และตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งศูนย์ฯ แห่งนี้ มีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการ และประสานงานกับวิทยาลัยเทคนิคเครือข่าย 10 แห่ง อาทิ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎ์ธานี วิทยาลัยเทคนิคตรัง และวิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช พร้อมทำหน้าที่เป็นแหล่งฝึกฝนทักษะ เทคนิคการสอนใหม่ๆ ให้กับครูอาชีวะในภาคใต้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทั้งในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ให้กลายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอาชีวศึกษาในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

การอบรมเชิงปฎิบัติการการพัฒนาทักษะการสอนให้ครูและผู้บริหาร

ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพล้านนา (Lanna TVET Hub)ได้จัดการ อบรมเชิงปฎิบัติการใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 13-14 มกราคม 2560 และจังหวัดพะเยาในวันที่ 14-15 มกราคม 2560 เพื่อให้ครูและผู้บริหารจากสถาบันอาชีวะภาคเหนือ 1 และ 2  เข้าร่วมปรึกษาหารือเกี่ยวกับการดำเนินการภายใต้โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ในด้านหลักสูตร การสอน ผลสัมฤทธิ์  และการจัดรูปแบบการศึกษาในรูปแบบสะเต็มเพื่อการศึกษาสายอาชีพทางด้านเทคนิค STEM for TVET เป้าหมายที่สำคัญอีกประการในการจัดการอบรมฯ ในครั้งนี้คือเพื่อให้ครูและผู้บริหารได้เข้าใจการออกแบบและพัฒนาคู่มือสำหรับครู เพื่อการศึกษาในรูปแบบ STEM for TVET ทั้งนี้คณะกรรมการได้ช่วยวางแนวทางการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการผลักดันสะเต็มศึกษาของประเทศอย่างแท้จริง

ข่าวสะเต็มศึกษา

Image 3

Maker space กับการพัฒนานวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านสะเต็ม

กระแสเมกเกอร์ หรือ Maker Movement นั้นหมายถึงการที่ประชากรจำนวนหนึ่งมีความคิดตรงกันในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์หรือชิ้นงานในแบบของตนให้สามารถตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวัน ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนวิธีการทำและแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นต่อสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นร่วมกันภายในกลุ่มทั้งในรูปแบบการพบปะกันหรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านระบบดิจิตอล ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มักถูกเรียก หรือรู้จักกันในนามของ “เมกเกอร์”

ถึงแม้แนวคิดในการสร้างพื้นที่ให้เหล่าเมกเกอร์ หรือ Maker Space นั้นจะไม่ใช่แนวความคิดใหม่ แต่กระนั้น ภายในระยะเวลาไม่กี่ปีมานี้ จำนวนของผู้เข้าร่วมกระแสเมกเกอร์กลับเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาลถึง 2.3 ล้านคน โดยวัดได้จากจำนวนของประชากรที่เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นทั่วโลก นอกจากนี้ กระแสเมกเกอร์ยังได้รับการสนับสนุนในระดับนโยบายจากรัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ดังจะเห็นได้จากการจัดงาน “White House Maker” ในปี 2557 โดยรัฐบาลในหลายประเทศได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับจากการขับเคลื่อนกระแสเมกเกอร์ว่าจะสามารถนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์ นวัตกรรม และทักษะทางด้าน STEM ตลอดจนช่วยเพิ่มความอยากรู้อยากเห็น ความกล้าแสดงออก ความร่วมมือ และเสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง การเรียนรู้จากความอยากรู้อยากเห็นของตัวผู้เรียนและการที่ผู้เรียนสามารถปลดปล่อยจินตนาการในการสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระนั้นเป็นประเด็นที่สำคัญ โดยวิธีการนี้ จะปลูกฝังกระบวนการคิดที่สร้างสรรค์ให้แก่ผู้เรียน และที่สำคัญ ผู้เรียนยังจะได้รับโอกาสในการประดิษฐ์์ผลงานในแบบของตนและได้รับสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของผลงานที่พวกเขาได้สร้างขึ้นอีกด้วย

จากการที่โครงการ Chevron Enjoy Science ได้ร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติดำเนินการเปิดพื้นที่สำหรับเมกเกอร์ หรือ Enjoy Maker Space ในกรุงเทพฯ นั้น นับเป็นการนำประโยชน์ของกระแสดังกล่าวมาพัฒนาต่อในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในวีธีการรูปแบบใหม่ที่ใช้ในการพัฒนาทักษะทางด้านสะเต็มให้แก่เยาวชนไทย

เสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมโครงการ

Image 4การเรียนการสอนแบบ STEM for TVET

“เด็กไทยอ่อนทักษะทางวิทยาศาสตร์ และมองว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องยากและไกลตัว เลยต้องมีการสอนรูปแบบสะเต็มเพื่อการศึกษาสายอาชีพทางด้านเทคนิค (STEM for TVET) หรือการบูรณาการวิทยาการสาขา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวะกรรม และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกันการเรียนการสอนในห้องเรียนในอดีตอาจจะทำให้เด็กกดดัน เพราะเข้ามาเรียนแล้วต้องจดเลคเชอร์ ต้องนั่งฟังบรรยาย พอมาเป็นห้องเรียนสะเต็มแล้ว เด็กจะได้มีส่วนร่วม ไม่ใช่ครูดำเนินการสอนเพียงผู้เดียวแต่ร่วมลงมือทำด้วยกันทั้งห้อง นักเรียนก็ได้มีส่วนร่วมในการคิดและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

การเชื่อมโยงองค์ความรู้ตั้งแต่กฎข้อที่ 1 ของนิวตัน ไปจนถึงเรื่อง Momentum หรือเรื่องความสมดุลย์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ตอนเราสอนแบบระบบเดิม เด็กจะไม่เข้าใจ แต่ ณ วันนี้เราใช้โมดูลเรื่องความปลอดภัยเข้ามาอธิบาย ทำให้เรื่องต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องง่ายสามารถเชื่อมโยงกันได้ทุกกิจกรรม การเข้ามาอบรมกับโครงการนี้ ทำให้ได้เทคนิควิธีการสอนฟิสิกส์แบบใหม่ๆ ที่ให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมมากขึ้น โดยที่ครูไม่ต้องมาถือปากกา ถือไวท์บอร์ดอีกแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคือครูจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเด็ก เด็กได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และสนุกมากขึ้นในการเรียนฟิสิกส์ มองฟิสิกส์เป็นเรื่องง่าย เด็กไทยจะได้ประ-โยชน์แน่ๆ จากการเรียนที่สนุก เพราะเมื่อเรียนแล้วสนุก เขาก็สนใจที่จะเรียน ซึ่งตามปกติเด็กอาชีวะจะไม่สนใจเรียนวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นถ้าเรียนแล้วสนุกก็จะส่งผลให้ผลสัมฤทธ์ทางการเรียนดีขึ้น และนำไปสู่การเรียนที่มีคุณภาพมากขึ้น

อาจารย์ดำรงศักดิ์ วงษ์สระน้อย จากวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ผู้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาสมรรถนะครูอาชีวะในหลักสูตรแอคทีฟฟิสิกส เมื่อเดือนตุลาคม 2559

Newsletter Issue 10_TH_Final

Date

พฤศจิกายน 15, 2017

Category

Newsletter