Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 11

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 11

ข่าวสารโครงการ

โครงการ Chevron Enjoy Science ลงนามความร่วมมือกับ 12 กลุ่มมหาวิทยาลัยเพื่อจัดตั้งศูนย์สะเต็มศึกษาทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจากท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ รศ.นพ. โศภณ นภาธร มาเป็นประธานพร้อมกล่าวปาฐกถาถึงทิศทางและนโยบายทางการศึกษาของประเทศไทย

ปัจจุบันศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของไทยได้ถูกหยิบยกว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งเน้นนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน   ดังนั้นจึงถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ระบบการศึกษาไทยจะต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะเด็กไทยให้ก้าวทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิดเพื่ออนาคต จึงลงนามความร่วมมือกับ12 กลุ่มมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการจัดตั้งศูนย์สะเต็มศึกษา 12 แห่งทั่วประเทศ และเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพทางการศึกษาในประเทศไทย การลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2560 โดยได้รับเกียรติจากท่านผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ รศ. นพ. โศภณ นภาธร มาเป็นประธานพร้อมกล่าวปาฐกถาถึงทิศทางและนโยบายทางการศึกษาของประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั้ง 14 มหาวิทยาลัย คุณครูแกนนำ พร้อมทั้งผู้แทนจากเขตพื้นที่การศึกษา คุณครูจากโรงเรียนเครือข่าย ผู้บริหารโรงเรียน และศึกษานิเทศน์ มาร่วมในงาน

ความร่วมมือกับกลุ่มมหาวิทยาลัยจะก่อให้เกิดการขับเคลื่อนการเรียนรู้รูปแบบใหม่เพื่อเป็นพลังสำคัญ   ตอบโจทย์การสร้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและตรงความต้องการภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เครือข่ายการศึกษาสะเต็มทั่วประเทศไทย เนื่องจากมหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานที่มีทุนเดิมด้านทรัพยากรบุคคลและทุนทางสังคมสูง การให้มหาวิทยาลัยเป็นหลักในการระดมความร่วมมือระหว่างรัฐ  เอกชน และท้องถิ่น  ถือเป็นหนึ่งแนวทางการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับการศึกษาให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน  โครงการฯ ยังมุ่งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ หรือ การสร้างความเท่าเทียมระหว่างสถานศึกษาขนาดใหญ่ กับโรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ การลงนามความร่วมมือระหว่าง 12 กลุ่มมหาวิทยาลัย กับโครงการ Chevron Enjoy Science ในครั้งนี้จึงถือเป็นการดำเนินงานตามแนวทาง “รัฐร่วมเอกชน” ของรัฐบาล และเป็นการวางรากฐานพัฒนาการศึกษารูปแบบใหม่ เพื่อยกระดับสะเต็มศึกษาที่ครบวงจร

เสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมโครงการ

Image 2โรงเรียนวัดแหลมฟ้าผ่า เป็นโรงเรียนแม่ข่ายภายใต้การสนับสนุนจากศูนย์สะเต็มศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ ในจังหวัดสมุทรปราการ โรงเรียนแห่งนี้ ได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาด้านสะเต็มศึกษาจากโครงการ Chevron Enjoy Science อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งหมายถึง การอบรมให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา การอบรมเชิงปฎิบัติการพัฒนาวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ การอบรมนักเรียนผู้ช่วยครู และการได้รับสื่อการสอนวิทยาศาสตร์ และคู่มือการสอนแบบสืบเสาะจากโครงการฯ

ด.ญ. นพรัตน์ แสงนิล นักเรียนชั้น ม. 2 จากโรงเรียนวัดแหลมฟ้าผ่า ได้บอกเล่าประสบการณ์ภายหลังจากได้เข้าเรียนในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์จากคุณครูที่ผ่านการอบรมการพัฒนาวิชาชีพครูวิทยาศาสตร์ จากโครงการ Chevron Enjoy Science

“หนูรู้สึกสนุกค่ะ เพราะการที่ครูได้ใช้วิธีการสอน และอุปกรณ์จากโครงการ Chevron Enjoy Science วิธีการสอนและบรรยากาศในห้องเรียนก็เปลี่ยนไปและไม่่เหมือนกับครูคนอื่น หนูยอมรับว่าเมื่อก่อนหนูไม่ชอบวิทยาศาสตร์เลย การเรียนวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่น่าเบื่อมาก เพราะเมื่อก่อนเรียนแต่ในหนังสือค่ะ วันๆ ก็มีแต่ท่องหนังสือ จำแต่สูตร แล้วก็ไม่ได้อะไร แต่พอครูได้มาอบรมกับ Chevron Enjoy Science ก็มีความเปลี่ยนแปลง เพราะในชั้นเรียนนักเรียนได้เห็นจริง ได้ทดลองจริง แล้วสามารถตั้งสมมุติฐาน โดยหากสิ่งที่เราตั้งสมุติฐานไว้เป็นจริง เราก็ภาคภูมิใจในตัวเองว่าเราก็มีความรู้เหมือนกัน ่วิทยาศาสตร์ก็ไม่ยากอย่างที่คิด นอกจากการทดลองแล้ว นักเรียนยังได้ออกไปนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดร่วมกับเพื่อนในห้องกลุ่มอื่นและคุณครู ทำให้เราได้คิดวิเคราะห์ไปตามความคิดเห็นเพื่อน ด้วยเหตุนี้ วิทยาศาสตร์ก็ไม่ใช่วิชาที่น่าเบื่อสำหรับหนูอีกต่อไปค่ะ”

กิจกรรมล่าสุด

Image 3ในระหว่างวันที่ 13-31 มีนาคม 2560 โครงการ Chevron Enjoy Science ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูอาชีวะในหลักสูตรแอคทีฟฟิสิกส์ครั้งที่ 2  พร้อมจัดการอบรมให้แก่ผู้บริหาร และครูวิทยาศาสตร์จำนวน 60 คน จากวิทยาลัยเทคนิค 25 แห่งทั่วประเทศ

การอบรมดังกล่าวและการดำเนินการด้านการพัฒนาทักษะทางด้านอาชีพของโครงการฯในภาพรวมถือว่าสามารถตอบโจทย์ของอาชีวศึกษาในปัจจุบันในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ควบคู่กับการพัฒนาและผลิตบุคลากรครูที่มีคุณภาพและตอบรับกับความต้องการด้านแรงงานของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งส่งเสริมให้ครูปรับกระบวนการเรียนการสอนของอาชีวศึกษาทั้งในระดับ ปวช. และ ปวส. เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาได้รับความรู้ ความเข้าใจ และสนุกกับการเรียนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการผลิตแรงงานทักษะขั้นสูงเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ พลังงาน เกษตรกรรม และไมโครอิเลคโทรนิคส์

Newsletter Issue 11_TH

Date

พฤศจิกายน 15, 2017

Category

Newsletter