Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 13

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 13

ข่าวสารโครงการImage 1

ครบรอบ 5 ปี โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย สร้างแรงบันดาลใจ ปลูกแนวคิดวิทยาศาสตร์สู่เยาวชน

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2560 โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ได้มีส่วนร่วมในการจัดงานครบรอบ 5 ปี โครงการมหาวิทยาลัยเด็ประเทศไทย โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และมหาวิทยาลัยเครือข่ายในประเทศไทย 18 แห่ง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงาน พร้อมทอดพระเนตรการจัดกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในโครงการ โดยมี นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล  ผู้อำนวยการ สวทช. กราบบังคมทูลอธิบายกิจกรรมต่างๆ นายแบรด มิดเดิลตัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอนเอเชียเซ้าท์ จำกัด ได้กราบบังคมทูลถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการ Chevron Enjoy Science พร้อมกราบบังคมทูลถึงการสนับสนุนโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย

กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วยการบรรยายพิเศษโดยวิทยากรจากทอยโทแล็บ มหาวิทยาลัยบีเลเฟลด์ การแสดงนิทรรศการ การจัดฐานการทดลองกิจกรรมโครงการมหาวิทยาลัยเด็กสำหรับนักเรียนจำนวน 20 ฐาน อาทิ กิจกรรมวิทยาศาสตร์ตามแนวทางพระราชดำริ “เกษตรทฤษฎีใหม่” มหัศจรรย์พืชเปลี่ยนสีได้ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการอบรมการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะเต็มเชิงปฏิบัติการให้แก่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเครือข่าย และการจัดพิมพ์หนังสือ “คู่มือกิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย: สนุกวิทย์ ปลูกแนวคิดวิทยาศาสตร์สู่เยาวชน”

โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้ สวทช. สสวท. และมหาวิทยาลัยเครือข่ายในประเทศไทย 8 แห่ง ริเริ่มดำเนินการนำร่องในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2555 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายถึงมัธยมศึกษาตอนต้นทำกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่หลากหลาย โดยมีอาจารย์ นักวิจัย และพี่เลี้ยงในระดับปริญญาตรี โท และเอก คอยดูแลให้คำแนะนำในการทำกิจกรรม ในปี พ.ศ. 2558 โครงการ Chevron Enjoy Science ได้ให้การสนับสนุนโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ทำให้การดำเนินงานได้ขยายเครือข่ายสู่สังคมและสาธารณะในวงกว้างมากขึ้น  โดยเพิ่มมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอีกจำนวน 10 แห่ง เพื่อให้เข้าถึงเยาวชนทั่วประเทศ ทำให้มีหน่วยงานรวมทั้งสิ้น 20 หน่วยงาน มีกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาโดยคณาจารย์ นักวิจัย และนักวิชาการไทย จำนวน 63 กิจกรรม มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมโครงการมากกว่า 30,000 คน

โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย มุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กไทย โดยเด็กจะได้เรียนรู้และเปิดโลกวิทยาศาสตร์ที่นอกเหนือจากตำราในห้องเรียน ได้รู้จักการนำวิทยาศาสตร์มาเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน สามารถนำไปประยุกต์และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดประโยชน์ในมิติต่างๆ ทางสังคม

ในปี พ.ศ. 2560 โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ได้ตั้งเป้าหมายในการขยายการดำเนินกิจกรรมไปสู่เยาวชนอีกกว่า 6,000 คนทั่วประเทศ พร้อมจัดอบรมให้แก่คณาจารย์และบุคลากรของหน่วยงานพันธมิตรเพื่อพัฒนาและสร้างเสริมศักยภาพในการออกแบบและพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยตั้งเป้าจัดการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพให้แก่บุคลากรปีละประมาณ 50 คน

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก พร้อมดาวน์โหลดหนังสือ “คู่มือกิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย: สนุกวิทย์ ปลูกแนวคิดวิทยาศาสตร์สู่เยาวชน” ได้ที่ http://www.enjoy-science.org/th/resources/research-and-findings

กิจกรรมล่าสุดImage 2

การอบรมการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะเต็มเชิงปฏิบัติการ ให้แก่อาจารย์และวิทยากร โดยวิทยากรจากทอยโทแล็บ มหาวิทยาลัยบีเลเฟลด์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560 โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ร่วมกับโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สะเต็มเชิงปฏิบัติการให้แก่อาจารย์และวิทยากรเครือข่ายกว่า 50 ท่าน ให้มีความรู้ความเข้าใจการจัดกิจกรรมการเรียนสะเต็มที่เหมาะสมสำหรับโครงการมหาวิทยาลัยเด็กในหลากหลายรูปแบบกิจกรรมที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ให้แก่เด็กมากขึ้น  การอบรมดำเนินการโดยศาสตราจารย์ ดร. รูดอล์ฟ เฮอร์แบส จากทอยโทแล็บ มหาวิทยาลัยบีเลเฟลด์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และคณะ ในช่วงกิจกรรมเชิงปฎิบัติการ มีการนำกิจกรรมสะเต็มที่เชื่อมโยงกับบริบทของสังคมไทยมาพัฒนาเป็นกิจกรรมในสองหัวข้อหลักที่น่าสนใจ ได้แก่ กิจกรรม “ข้าว-คุณประโยชน์ไม่ได้มีเพียงแค่นำมารับประทาน” และ กิจกรรม “สิ่งแวดล้อม-ขยะพลาสติกในทะเลและบนชายหาด”

หลังจากการอบรม อาจารย์และวิทยากรเครือข่ายมีความเข้าใจ พร้อมได้รับความรู้และประสบการณ์ตรงในการพัฒนากิจกรรมสะเต็มเชิงปฏิบัติการจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนากิจกรรมและการประเมินผลลัพธ์ของกิจกรรมการเรียนรู้กับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาและจัดกิจกรรมภายใต้โครงการมหาวิทยาลัยเด็กต่อไปในอนาคต

เสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมโครงการ

Image 3

ดร. ชัชวาล วงศ์ชัย อาจารย์สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ผู้ดูแลกิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย มหาวิทยาลัยพะเยา

จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นจังหวัดที่มีการปลูกข้าวอินทรีย์เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ปัจจุบัน การปลูกข้าวอินทรีย์ในจังหวัดพะเยากำลังประสบปัญหาจากการใช้สารเคมีของเกษตรกรเพื่อนำมากำจัดหอยเชอรี่ในแปลงนา ทำให้สารเคมีไหลลงสู่แหล่งนำ้ธรรมชาติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา จึงลงพื้นที่เพื่อร่วมหาวิธีในการป้องกันและปรับปรุงคุณภาพข้าวอินทรีย์ โดยพบว่าหอยเชอรี่เป็นต้นเหตุสำคัญในการทำลายข้าวอินทรีย์ของเกษตรกร ส่งผลให้แปลงข้าวเสียหายจนนำไปสู่ปัญหาการขาดทุน และยังก่อให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีในแหล่งนำ้ธรรมชาติ

คณะวิทยาศาสตร์จึงได้ทำการวิจัยเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของหอยเชอรี่ในนาข้าว ซึ่งงานวิจัยนี้นิสิต นักศึกษาได้ลงพื้นที่ปฎิบัติจริงในอำเภอจุน จังหวัดพะเยา และนำมาสู่การปฎิบัติงานในโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทยของ ม. พะเยา โดยให้เด็กๆ ในระดับชั้นประถม มัธยมต้น และมัธยมปลายได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาวัฎจักรของหอยเชอรี่และวัดขนาดของหอยเชอรี่ในแปลงนา และในแหล่งนำ้ธรรมชาติจากที่ต่างๆ เด็กๆ ได้ใช้ความรู้จากวิชาคณิตศาสตร์มาใช้วัดขนาดและปริมาตรของหอย เพื่อนำมาวิจัยว่าหอยแต่ละขนาดควรจะใช้สารสกัดจากสมุนไพรและสารสกัดจากพืชในปริมาณใดที่เพียงพอที่จะยับยั้งการเคลื่อนที่ของหอยเชอรี่แต่ละขนาดในแปลงนา ดังนั้นการปฎิบัติการตามโครงการในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การศึกษาในห้องปฎิบัติการเท่านั้น แต่ยังได้นำความรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และในสาขาสะเต็มอื่นๆ มาแก้ปัญหาของท้องถิ่น ภายใต้ความร่วมมือจากทั้งนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอก และนักเรียนในระดับประถม มัธยมต้น และมัธยมปลายมาร่วมมือกันภายใต้โครงการฯ

ผมคิดว่าโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย เป็นโครงการที่เด็กๆ จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรักการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิชาสะเต็มอื่นๆ เพราะเด็กจะสามารถนำเอาความรู้ด้านสะเต็มไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและสามารถนำไปช่วยแก้ปัญหาในท้องถิ่นของเขาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

Newsletter Issue 13 TH sarabun

Date

พฤศจิกายน 15, 2017

Category

Newsletter