Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 14

จดหมายข่าวโครงการ Chevron Enjoy Science ฉบับที่ 14

ข่าวสารโครงการ

Chevron Enjoy Science จับมือ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดตั้ง “ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพด้านยานยนต์” เพื่อรองรับแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC

ด้วยนโยบายจากรัฐบาลที่กำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็น 1 ใน 10 อุตสากรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต (New S-Curve) ประกอบกับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีการผลิตในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ นับว่าเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการพัฒนาทักษะและความรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมให้กับแรงงานและนักเรียนสายอาชีพที่จะเข้าสู่การทำงานในภาคอุตสาหกรรมนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรักษาตำแหน่งผู้นำฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์

โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต มีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยการส่งเสริมการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ สะเต็ม เพื่อต่อยอดนโยบายและขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ รวมถึงพัฒนานักเรียนอาชีวศึกษาและบุคลากรสายอาชีพให้มีทักษะตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดตั้ง ‘ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพด้านยานยนต์ หรือ TVET Automotive Hub’ ขึน ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน – จังหวัดชลบุรี เพื่อยกระดับทักษะแรงงานให้เป็นช่างเทคนิค 4.0 โดยศูนย์นี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการนำแรงงานและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ความเป็นเลิศ อีกทั้งยังสามารถตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาระเบีงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ได้

ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพด้านยานยนต์นี้จะกระตุ้นการพัฒนาบุคลากรโดยปฏิบัติงานภายใต้ 3 หัวข้อหลัก ได้แก่

• จัดอบรมและเสริมทักษะให้แก่กลุ่มครูภายใต้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและกลุ่มอาชีวะ เพื่อเสริมทักษะด้านเทคนิคให้ตอบรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

• ดำเนินการอบรมการเรียนการสอน STEM for TVET สำหรับกลุ่มครูอาชีวะในระดับ ปวช. โดยใช้หลักสูตร Active Physics ของ It’s About Time มาพัฒนาการเรียนการสอนในห้องเรียนให้มีความสนุกและมีความเชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหาในแบบเดียวกันกับการทำงาน

• ส่งเสริมให้นักเรียนอาชีวะสามารถเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ อย่างเต็มที่ภายในพื้นที่ของศูนย์ฯ ผ่านการฝึกฝน การทดลองใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ทันสมัย เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนและพื้นที่ที่จำกัดในแต่ละวิทยาลัยเทคนิค

ศูนย์แห่งนี้บริหารงานภายใต้คณะกรรมการจาก 8 หน่วยงาน โดยมีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 จังหวัดชลบุรี เป็นผู้รับผิดชอบหลัก มีความพร้อมในทุกด้านสำหรับการพัฒนาฝีมือและเทคนิควิชาชีพด้านยานยนต์ สามารถรองรับการพัฒนาแรงงานฝีมือภาคตะวันออกได้ปีละกว่า 5,000 คน ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถผลิต ‘ช่างเทคนิค 4.0’ ออกสู่ตลาดเพื่อสอดรับกับการขยายตัวของอุตสาหกรรม พร้อมลดปัญหาแรงงานขาดแคลนในภูมิภาคนี้ นอกจากการป้อนแรงงานด้านยานยนต์และชิ้นส่วนแล้ว การพัฒนายังครอบคลุมอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องตามแผน EEC อาทิ ธุรกิจการบินและโลจิสติกส์ เป็นต้น ทั้งยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ที่ต้องการนำประเทศสู่การมีระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ทั้งนี้การบริหารงานของศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพด้านยานยนต์ จะอยู่ในรูปแบบ “รัฐร่วมเอกชน” ประกอบไปด้วย 8 หน่วยงานหลัก อันได้แก่ โครงการ Chevron Enjoy Science สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 จังหวัดชลบุรี สถาบันยานยนต์ สถาบันไทย-เยอรมัน วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ บริษัท ไทยซัมมิท ออโตโมทีฟ จำกัดและบริษัท แสงเจริญ ทูลล์ เซ็นเตอร์ จำกัด

กิจกรรมล่าสุดImage 2

การอบรมเชิงปฏิบัติการการออกแบบ และพัฒนากิจกรรมสำหรับ MAKER SPACE จาก NEW YORK HALL OF SCIENCE

เมื่อวันที่ 13-14 มิถุนายน 2560 โครงการ Chevron Enjoy Science ร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และ New York Hall of Science (NYSCI) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการออกแบบและพัฒนากิจกรรมสำหรับ Maker Space ให้แก่เจ้าหน้าที่จาก อพวช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 36 คน

การอบรมนี้เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่จาก อพวช. และ NYSCI ถึงกิจกรรม Maker ในพื้นที่ Enjoy Maker Space ที่ดำเนินการโดย อพวช. ว่ามีผลตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้นหรือไม่ และมีความท้าทายอย่างไรในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่จาก NYSCI ได้ให้คำแนะนำต่อการออกแบบและการดำเนินกิจกรรมในอนาคตเพื่อเติมเต็มและต่อยอดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ผู้เข้าร่วมแต่ละกลุ่มมากยิ่งขึ้นเจ้าหน้าที่จาก NYSCI  ได้ทบทวนถึงหลักการออกแบบ 4D ซึ่งประกอบไปด้วย Deconstruction หรือการรื้อถอน ถอดรหัส และวิเคราะห์ Discovery การค้นคว้า เรียนรู้ เปรียบเทียบ Designing/Making การออกแบบและลงมือทำ และ Display การจัดแสดงผลงาน หลังจากนั้นจึงได้แนะนำกรอบการพัฒนาชุดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะเมกเกอร์  เพื่อออกแบบและพัฒนากิจกรรมให้มีการใช้ทักษะในการประดิษฐ์ที่เชื่อมโยงกับความสนใจของแต่ละบุคคล จนสามารถปลดปล่อยจินตนาการในการสร้างสรรค์กิจกรรมให้มีความสนุก และก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ

เจ้าหน้าที่จาก NYSCI ยังได้แนะนำการออกแบบกิจกรรมเมกเกอร์ที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบสามมิติ โดยใช้วิธีการออกแบบกิจกรรมแบบย้อนกลับ (Backward Design) โดยเริ่มจากการนำสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่เป็นรูปทรงเรขาคณิตมาประกอบ เพื่อสร้างความเข้าใจในเชิงรูปทรง ขนาด และมิติ  และยังได้แนะนำโปรแกรมที่ช่วยในงานออกแบบ หรือ Computer Aided Design (CAD) Software สำหรับเด็ก มาใช้ในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ และนำมาใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ไฮเทคอื่นๆ อาทิ เครื่องพิมพ์สามมิติ และเครื่องตัดเลเซอร์ เป็นต้น

ไฮไลต์สำคัญในงานคือการแนะนำโครงการนวัตกรรมเมกเกอร์สำหรับกลุ่มวัยรุ่น (Teen Innovation Program) ซึ่งเป็นโปรแกรมหนึ่งที่ NYSCI ดำเนินการและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในประเทศสหรัฐอเมริกา โครงการนี้เริ่มต้นจากการให้กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมที่เป็นวัยรุ่น ออกไปสำรวจปัญหาต่างๆ ภายในชุมชน แล้วนำมาตั้งต้นพัฒนาสิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยลดและขจัดปัญหาดังกล่าว ขั้นตอนเริ่มต้นจากการสำรวจปัญหา ร่างแบบนวัตกรรม สร้างสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมต้นแบบ นำเสนอและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องจากชุมชนถึงความเป็นไปได้ในการผลิต โดยนำคำแนะนำไปปรับปรุงแก้ไข และสุดท้าย นำไปพัฒนาเป็นสิ่งประดิษฐ์ต้นแบบ ซึ่งเด็กๆได้เรียนรู้ในรูปแบบโครงงานสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์เป็นเวลาทั้งสิ้น 15 เดือน โดยสิ่งประดิษฐ์ที่มีความเป็นไปได้ในการที่จะนำไปพัฒนาเป็นนวัตกรรมในขั้นต่อไปจะถูกนำมานำเสนอเสนอในงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ อย่างงาน ‘World Maker Faire’ ซึ่งเป็นงานระดับโลกสำหรับชาวเมกเกอร์ ซึ่งจะจัดขึ้นที่ NYSCI รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งแนวคิดในการสร้างสรรค์โครงงานแบบนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมต่างเห็นพ้องว่า สามารถนำมาปรับใช้ในการสร้างสรรค์กิจกรรมเมกเกอร์ให้แก่กลุ่มวัยรุ่นในประเทศไทยได้เป็นอย่างดีในอนาคต

เสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมโครงการImage 3

คุณสุภรา กมลพัฒนะ (ขวาสุด) ผู้จัดการ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ จามจุรีสแควร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ผู้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการการออกแบบและพัฒนาหลักสูตร Maker Space จาก New York Hall of Science

คุณสุภรา กมลพัฒนะ เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการการออกแบบและพัฒนาหลักสูตร Maker Space ปัจจุบัน คุณสุภรา มีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการดูแลกิจกรรมส่งเสริมความตระหนักทางด้านวิทยาศาสตร์ทั้งหมดภายในจัตุรัสวิทยาศาสตร์ ซึ่งคุณสุภรากล่าวว่า องค์ความรู้ที่ได้รับในครั้งนี้ จะนำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์จากความตระหนักทางด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชนไทย ทั้งกิจกรรมระยะสั้นและยาว หรือแม้แต่การพัฒนากิจกรรมค่าย

“ความรู้มากมายจากการอบรมนี้ ทำให้เกิดการพัฒนาโปรแกรมสำหรับ Maker Space และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เรียนรู้แนวคิดในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ทางด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กที่สอดแทรกอยู่ในแต่ละกิจกรรมที่ทาง NYSCI นำมาอบรม เช่น กิจกรรมการออกแบบสามมิติ ที่ไม่เพียงแต่สอนการใช้ซอฟแวร์ออนไลน์ในการออกแบบเท่านั้น แต่กิจกรรมนี้ ยังสามารถสอนเด็กให้มีทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ในการคำณวนขนาด และการวัดขนาดวัตถุ รวมถึงการสร้างสรรค์เชิงศิลปะ นอกจากนี้ กิจกรรมแต่ละกิจกรรม ยังสร้างเสริมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้แก่เด็กอีกด้วย”

“ดิฉันคิดว่า Maker Space ก่อให้เกิดประโยชน์มากมายให้แก่เด็กไทย ทั้งสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ พัฒนาทักษะการแก้ปัญหา พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และที่สำคัญเด็กจะได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์หรือเราเรียกกันสั้นๆ ว่า STEM แบบไม่รู้ตัว ถ้าประเทศไทยเราสามารถจัดให้มี Maker Space ได้ในทุกจังหวัด หรือในจุดศูนย์กลางของเมืองยิ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง

นอกจากนี้ เราควรที่จะนำกิจกรรม Maker Space แทรกเข้าไปในกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน ซึ่งอันดับแรกนั้น คุณครูควรได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญาการเรียนการสอนด้วย Maker Space พร้อมทั้งจัด workshop ให้กับคุณครูเพื่อเสริมความรู้ในการออกแบบและพัฒนากิจกรรม Maker สำหรับนักเรียน”

Newsletter Issue 14 TH Final

Date

พฤศจิกายน 15, 2017

Category

Newsletter