Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลร้ายกับสมองมากกว่าที่คิด!

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลร้ายกับสมองมากกว่าที่คิด!

รู้หรือไม่ ว่าแม้ว่าจะไม่ได้ดื่มหนัก แต่แค่ดื่มสุราในระดับปานกลางอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้สมองเสี่ยงต่อความผิดปกติได้แล้ว 

อาการระยะสั้นที่พบได้ทั่วไปเมื่อแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์กับสมอง คือ ‘เริ่มมองเห็นแบบเบลอๆ เดินไม่ค่อยจะตรง การตอบสนองช้าลง พูดจาแบบงุนงงและตื่นมาแล้วจำสิ่งที่ทำตอนเมาไม่ค่อยได้’ ผลกระทบของแอลกอฮอล์จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ สภาวะร่างกาย และปริมาณแอลกอฮอล์ที่ได้รับ

เครื่องดื่มแต่ละชนิดจะมีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ไม่เท่ากัน โดยมาตรฐาน (Standard drink) ตามเกณฑ์ของประเทศอังกฤษ (UK 2016 guidelines on alcohol consumption) คือ 1 ยูนิตเท่ากับเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ 4 เปอร์เซ็นต์ ปริมาตร 250 มิลลิลิตร

แล้วดื่มขนาดไหนถึงจะเรียกว่าดื่มระดับปานกลาง และสมองส่วนไหนกันแน่ที่จะมีปัญหาในระยะยาว? งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่สังเกตและติดตามกลุ่มตัวอย่างเป็นเวลานานถึง 30 ปี มีคำตอบดังนี้

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) และ มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (University College London) ประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่ผลการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับปานกลางและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสมองลงในวารสารการแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร (The British Medical Journal) งานวิจัยดังกล่าวเป็นงานเชิงสังเกตการณ์ระยะยาว ที่เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี ค.ศ.1985-2015 ในกลุ่มตัวอย่างทั้งเพศหญิงและชาย รวมทั้งสิ้น 550 คน และ ไม่ใช่ผู้มีภาวะเสพติดแอลกอฮอล์

กลุ่มตัวอย่างถูกแบ่งตามปริมาณการดื่มต่อหนึ่งสัปดาห์ ได้แก่ 1. กลุ่มไม่ดื่ม คือ ดื่มน้อยกว่า 1 ยูนิต (น้อยมากจนถือว่าไม่ดื่ม)  2. กลุ่มดื่มระดับน้อย คือ ขนาดดื่มตั้งแต่ 1 ยูนิต ไม่เกิน 7 ยูนิต  3. กลุ่มดื่มระดับปานกลาง คือ ขนาดดื่มตั้งแต่ 7 ยูนิต ไม่เกิน 14 ยูนิต สำหรับผู้หญิง และ ตั้งแต่ 7 ยูนิต ไม่เกิน 21 ยูนิต สำหรับผู้ชาย  และ 4. กลุ่มดื่มหนัก คือ ขนาดดื่มตั้งแต่ 14 ยูนิตขึ้นไปสำหรับผู้หญิง และ 21 ยูนิตขึ้นไปสำหรับผู้ชาย

ทั้งหมดถูกประเมินการทำงานของสมองด้วยแบบทดสอบทางประสาทจิตวิทยา เป็นจำนวน 5 ครั้งในช่วงระยะเวลาติดตาม 30 ปี รวมทั้งถูกสแกนโครงสร้างสมองด้วยเครื่อง MRI

ผลปรากฏว่าปริมาณการดื่มมีความสัมพันธ์กับการฝ่อของสมองส่วนที่เรียกว่าฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งกลุ่มที่ดื่มหนักมีความเสี่ยงต่อการฝ่อของสมองมากที่สุด รวมถึงกลุ่มที่ดื่มระดับปานกลางก็พบว่ามีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน โดยสมองส่วนนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเรียนรู้ การจัดเก็บความทรงจำระยะยาว และการรับรู้ทิศทาง นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่าการดื่มมากขึ้นมีความสัมพันธ์กับความคล่องแคล่วในการนึกคำศัพท์ที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้บ่งบอกถึงความสัมพันธ์เท่านั้น กล่าวคือ ยิ่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นความเสี่ยงต่อความผิดปกติของสมองก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ไม่ได้ให้ข้อสรุปว่าแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหลักเพียงอย่างเดียว เพราะปัจจัยในด้านอื่นๆ ก็อาจมีส่วนต่อความเสี่ยงที่มากขึ้นหรือน้อยลงเช่นกัน

แต่ความเสี่ยงที่ตามมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016 เป็นต้นมา ประเทศอังกฤษ ได้มีการปรับเกณฑ์การดื่มระดับปานกลางสำหรับผู้ชายให้ลดลงมาที่ไม่เกิน 14 ยูนิตต่อสัปดาห์ และมีการรณรงค์ให้ประชากรทั้งหญิงและชายคอยระมัดระวังการดื่มของตนเองไม่ให้เกิน 14 ยูนิต หรือ ปริมาณแอลกอฮอล์ 112 กรัม ต่อสัปดาห์

ในความเป็นจริงไม่ต้องดื่มนานถึง 30 ปี สมองก็อาจจะแย่ได้  หากดื่มไม่ยั้งในระยะเวลาสั้นๆจนร่างกายได้รับแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเข้าไปอย่างรวดเร็ว เพราะจะทำให้สมองถูกโจมตีอย่างแบบกะทันหันซึ่งเป็นที่มาของอาการ Blackouts คือเมาจนจำไม่ได้ว่าทำอะไรลงไปบ้าง อาการดื่มเร็วๆและเมาจนลืมว่าทำอะไรไปบ้างพบได้บ่อยในกลุ่มผู้ชอบสังสรรค์กับเพื่อนฝูงรวมทั้งกลุ่มวัยรุ่นวัยเรียน ผู้ที่มีอาการนี้จะไม่สามารถปะติดปะต่อหรือจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างที่เมาอย่างหนักได้ เนื่องมาจากฮิปโปแคมปัสถูกขัดขวางการทำงานทำให้กระบวนการแปลงข้อมูลจากความทรงจำระยะสั้นเป็นความทรงจำระยะยาวมีปัญหา ความจำต่อเหตุการณ์ขณะนั้นจึงพร่าเลือนหรืออาจถึงขั้นหายไป

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงควรมีต้องมีสติกำกับอยู่เสมอ เพราะสิ่งที่จำไม่ได้เมื่อเกิดอาการ Blackouts อาจจะเป็นแค่บทสนทนาหรือแม้แต่ถึงขั้นจำไม่ได้ว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศ

นอกจากความเสี่ยงในเชิงสุขภาพทั้งต่อร่างกายและสมองแล้ว การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งในประเทศไทยเองก็เป็นข่าวให้ได้พบเห็นกันอยู่บ่อยๆถึงความสูญเสียที่เกิดจากการดื่มแล้วไปขับรถ ดังนั้นหากคิดจะดื่มครั้งใด นอกจากจะต้องคิดถึงสมองของเราแล้ว  การมีความความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ด้วยการคำนึงถึงคนอื่นที่อาจได้รับอันตรายจากการใช้รถใช้ถนนก็สำคัญไม่แพ้กัน  

บทความโดย อาบทิพย์ สุวลักษณ์ และ อาจวรงค์ จันทมาศ

อ้างอิง

www.bmj.com/content/357/bmj.j2353

www.sciencealert.com/new-research-suggests-even-moderate-drinking-is-linked-with-brain-damage

www.drinkaware.co.uk/alcohol-facts/alcoholic-drinks-units/what-is-an-alcohol-unit

pubs.niaaa.nih.gov/publications/arh27-2/186-196.htm

Date

ตุลาคม 23, 2017

Category

STEM NEWS