Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

บริษัทสตาร์ทอัพไขความลับตาสีฟ้าในไซบีเรียนฮัสกี

บริษัทสตาร์ทอัพไขความลับตาสีฟ้าในไซบีเรียนฮัสกี

หลายคนคงได้เคยสัมผัสกับความน่ารักของสุนัขพันธุ์ขนยาวตัวโตพันธุ์“ไซบีเรียนฮัสกี” กันมาบ้าง

หนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้เราต่างตกหลุมรักมันคงหนีไม่พ้นแววตาคมกริบสีฟ้าหม่นที่ขัดกับนิสัยขี้เล่นของมันเสียเหลือเกิน

ตาของไซบีเรียนฮัสกีนั้นมีสองสี ได้แก่ สีฟ้าและสีน้ำตาล ซึ่งที่มาของดวงตาสีฟ้าที่ทุกคนโปรดปรานยังคงเป็นปริศนา แม้เทคโนโลยีการถอดรหัสดีเอ็นเอในสุนัขจะก้าวหน้าไปมาก แต่ข้อมูลแบบชี้เฉพาะว่ายีนแต่ละยีนทำหน้าที่อะไรนั้นเรายังรู้น้อยมาก

ลักษณะต่างๆของร่างกายอาจเกิดจากยีนมากกว่าสองชนิดโดยยีนภายในกลุ่มนั้นอาจมีปฏิสัมพันธ์กันเอง เช่นโปรตีนที่ถูกสังเคราะห์จากยีนหนึ่งอาจไปมีผลต่อโปรตีนอีกตัว นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมด้วย นักพันธุศาสตร์ที่ศึกษาลักษณะทางพันธุกรรมซึ่งเกิดจากปัจจัยหลากหลาย (multifactorial inheritance) จึงต้องอาศัยข้อมูลจีโนมของประชากรขนาดใหญ่มาเปรียบเทียบกันเพื่อหาความสัมพันธ์ทางสถิติว่ายีนใดบ้างที่เป็นต้นเหตุของลักษณะดังกล่าว

การศึกษานี้เรียกว่า Genome-wide association study (GWAS)

บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีดีเอ็นเอสำหรับสัตว์เลี้ยง Embark Veterinary Inc. ซึ่งตั้งอยู่ที่นครบอสตันและนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้ริเริ่มโครงการศึกษาพันธุกรรมของตาสีฟ้าในไซบีเรียนฮัสกีขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2017 ผ่านการรวบรวมข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามและอัปโหลดรูปภาพออนไลน์ของเจ้าของสุนัขกว่า 6,070 ราย ตามด้วยการถอดรหัสดีเอ็นเอของสุนัข 3,180 ตัวเพื่อเปรียบเทียบการทำงานของยีนต่างๆ กับลักษณะของสีตา

ผลปรากฏว่าสุนัขที่มีตาสีฟ้าสัมพันธ์กับการแปรผันของยีน ALX4 ที่อยู่บนโครโมโซมคู่ที่ 18 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเจริญของดวงตาในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม โดยส่วนหนึ่งของยีน ALX4 ในตำแหน่ง CFA18 ซึ่งกินความยาว 98,600 คู่เบสจะมีจำนวนซ้ำสองชุด ในขณะที่ฮัสกีตาสีน้ำตาลส่วนใหญ่จะมีเพียงชุดเดียว

สุนัขมีโครโมโซมสองชุดเหมือนมนุษย์ ทีมนักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์ต่อไปจนพบว่าตำแหน่ง CFA18 ที่มีสองก๊อปปี้ที่พบในโครโมโซมคู่ที่ 18 เพียงแท่งเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ฮัสกีมีตาสีฟ้าทั้งสองข้าง หรือมีตาสีฟ้าข้างหนึ่งและสีน้ำตาลอีกข้างหนึ่งได้ แปลว่าลักษณะตาสีฟ้านี้เป็นลักษณะเด่นนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม มีสุนัขจำนวนหนึ่งที่พบความแปรผันของยีนในรูปแบบนี้ แต่กลับไม่แสดงลักษณะนัยน์ตาสีฟ้าออกมาให้เห็น แสดงว่าอาจจะมียีนอื่นๆ หรือมีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ยังคงต้องค้นหาสาเหตุกันต่อไป

งานวิจัยนี้แม้จะยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าตาสีฟ้าของฮัสกีนั้นเกิดจากยีนอะไร แต่ถือว่าเป็นงานวิจัยแรกที่มีการศึกษา GWAS ในสุนัขโดยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเจ้าของ นอกจากนี้ยังเป็นงานวิจัยจากบริษัทสตาร์ทอัพที่ตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับภาคเอกชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น

บริษัท Embark Veterinary จะใช้แนวทางนี้เป็นต้นแบบในการศึกษาลักษณะทางพันธุกรรมอื่นๆ ของสุนัขต่อไป ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ทรงหาง สีขน สีตา รวมถึงสาเหตุของโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสุนัข เพื่อที่มนุษย์เราจะได้เข้าใจพันธุศาสตร์ของสุนัขมากขึ้น จะได้ยืดอายุขัยและคุณภาพชีวิตของเพื่อนซี้สี่ขาให้อยู่ร่วมกับพวกเราไปอย่างยืนยาวและมีความสุขมากขึ้นในอนาคต

บทความโดย

อาจวรงค์  จันทมาศ

อ้างอิง

https://phys.org/news/2018-10-huskies-blue-eyes.html

https://journals.plos.org/plosgenetics/article?id=10.1371/journal.pgen.1007648

Date

พฤศจิกายน 19, 2018

Category

STEM NEWS