Alienum phaedrum torquatos nec eu, vis detraxit periculis ex, nihil expetendis in mei. Mei an pericula euripidis, hinc partem.
 

ยานนิวฮอไรซันส์จะไปถึงเป้าหมายใหม่ 1 มกราคม 2019 นี้

ยานนิวฮอไรซันส์จะไปถึงเป้าหมายใหม่ 1 มกราคม 2019 นี้

ยานนิวฮอไรซันส์ เป็นยานอวกาศขององค์การนาซาที่ถูกส่งออกจากโลกไปเมื่อปี ค.ศ. 2006 เพื่อไปสำรวจระบบดาวพลูโต และในปี ค.ศ. 2015 มันก็สามารถเดินทางไปถึงดาวพลูโตซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุในแถบไคเปอร์ได้สำเร็จ

แถบไคเปอร์ ถือแถบวัตถุที่เรียงรายตั้งแต่บริเวณวงโคจรของดาวเนปจูนออกไปในลักษณะคล้ายคลึงกับแถบดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสฯ ที่ผ่านมานักดาราศาสตร์ค้นพบวัตถุในแถบไคเปอร์ไปแล้วกว่า 1,000 วัตถุ และประมาณการกันว่าน่าจะมีวัตถุอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับการค้นพบ แต่มีเพียงวัตถุเดียวเท่านั้นที่ได้รับการสำรวจระยะใกล้โดยยานอวกาศนั่นคือ ดาวพลูโต

ก่อนยานนิวฮอไรซันส์จะไปสำรวจ นักดาราศาสตร์เห็นดาวพลูโตเป็นเพียงจุดแสงเล็กๆ แต่เมื่อการศึกษาโดยยานนิวฮอไรซันส์ทำให้นักดาราศาสตร์เห็นสภาพพื้นผิวดาวพลูโตอย่างละเอียด ตั้งแต่หุบเขาขนาดใหญ่ พื้นที่ราบ การตกของหิมะมีเทนบนดาวพลูโต รวมทั้งลักษณะชั้นบรรยากาศ ฯลฯ นอกจากนี้ยังทำการศึกษาดวงจันทร์ของดาวพลูโตด้วย

กล่าวได้ว่า ยานนิวฮอไรซันส์ทำให้นักดาราศาสตร์ได้ข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวกับระบบดาวพลูโตมหาศาล

แต่เนื่องจากภารกิจนี้มีการลงทุนไปมากกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลังจากที่มันทำการศึกษาดาวพลูโตเรียบร้อยแล้ว นักดาราศาสตร์เลือกให้ยานนิวฮอไรซันส์โคจรไปเฉียดวัตถุที่มีชื่อว่า 2014 MU69 ซึ่งเป็นวัตถุในแถบไคเปอร์ในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2019 โดยวัตถุดังกล่าวอยู่ห่างจากโลกมากถึง 6,500 ล้านกิโลเมตร! ระยะทางที่ห่างขนาดนี้ทำให้กว่าสัญญาณจากยานนิวฮอไรซันส์จะเดินทางมาถึงโลกต้องใช้เวลาร่วม 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว

วัตถุ 2014 MU69 มีชื่อเรียกเล่นๆว่า Ultima Thule ซึ่งหมายความว่า “พ้นไปจากโลกที่เรารู้จัก” มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 กิโลเมตร ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017 วัตถุดังกล่าวโคจรผ่านดาวฤกษ์นอกระบบสุริยะ การบังแสงดาวฤกษ์ (stellar occultation) ทำให้นักดาราศาสตร์ประมาณการรูปร่างของมันได้ว่ามันน่าจะมีลักษณะคล้ายๆกับก้อนกลมๆสองก้อนแตะกันอยู่ หรือไม่ก็เป็นวัตถุสองก้อนโคจรรอบกันและกันด้วยระยะที่ใกล้กันมากๆ นักดาราศาสตร์เชื่อว่าพื้นผิวของมันน่าจะมีหลุมอุกกาบาตอยู่แน่นอน ซึ่งการพยายามถ่ายภาพให้เห็นพื้นผิวของมันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างท้าทายเพราะมันอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากจนแสงสะท้อนของมันอ่อนสุดๆ

Ultima Thule เป็นวัตถุไคเปอร์ประเภท cold classicals ซึ่งวัตถุแบบ classical จะมีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ที่กลมมากๆ (ความรีต่ำ) ส่วน cold นั้นหมายถึงวัตถุที่ระนาบวงโคจรเอียงน้อยกว่า 5 องศา นักดาราศาสตร์เชื่อว่านับตั้งแต่มันถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 4,600 ล้านปีก่อน มันก็โคจรในลักษณะนี้มาตลอดโดยไม่ได้ถูกรบกวนให้เปลี่ยนวิถีวงโคจรเลย

หากยานนิวฮอไรซันส์โคจรโฉบได้สำเร็จ มันจะกลายเป็นวัตถุที่ไกลที่สุดที่มนุษย์เคยส่งยานอวกาศไปโฉบผ่านเพื่อศึกษา และ จะเป็นวัตถุรอบที่หลงเหลือจากการถือกำเนิดของระบบสุริยะที่น่าจะช่วยให้นักดาราศาสตร์ทำความเข้าใจระบบสุริยะรอบนอกได้ดีขึ้นมาก

วันที่ 1 มกราคม นี้มาร่วมลุ้นให้ยานนิวฮอไรซันส์โฉบใกล้และถ่ายภาพวัตถุแสนไกลนี้ให้สำเร็จไปด้วยกันเถอะ

บทความโดย อาจวรงค์  จันทมาศ

อ้างอิง
http://pluto.jhuapl.edu/
http://pluto.jhuapl.edu/Ultima/Ultima-Thule.php

Date

ธันวาคม 31, 2018

Category

STEM NEWS